× This item is no longer available for purchase.
Active

เงินพดด้วง ร.4 หนัก กึ้งไพ (ครึงไพ) 0.42 กรัม ตราพระเต้า ตราชัด หายากมากๆ

Lot 2096

Price ฿8,000.00 THB ( )
This item is available for direct purchase from the seller. No bidding is required.
satang127 อ.เมือง, จ.ปทุมธานี TH
  159
View Seller's Other Listings
Payment Options
Seller Accepts PayPal

Payment Instructions
บัญชี: ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี: สตางค์โบราณ ร.ศ.127 เลขที่บัญชี: 011-7-24498-8
Shipping Options
kerry ฿50.00 THB (฿10.00 THB as additional item)
Details
  • Item # 598108
  • Qty Available 1
Description

เงินพดด้วง เป็นเงินตราที่เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยโดยใช้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงสมัยศรีอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผลิตจากแท่งโลหะแบ่งน้ำหนักตามมาตรฐานน้ำหนักชัดเจนเป็นหน่วยชั่ง ตำลึง บาท สลึง เเละเฟื้อง เงินพดด้วงสามารถนำไปซื้อสินค้าในต่างอาณาจักรได้เพราะทำจากเนื้อเงินบริสุทธิ์ โดยใช้น้ำหนักเป็นตัวกำหนดมูลค่า เช่น เงินพดด้วงสมัยรัตนโกสินทร์ชนิดราคา 1 บาทจะต้องมีเนื้อเงินน้ำหนัก 1 บาทหรือประมาณ 15.2 กรัม เป็นต้น

ลักษณะของเงินพดด้วงจะขดกลมคล้ายตัวด้วงส่วนปลายงอเข้าหากัน ชาวต่างชาติในสมัยนั้นเรียกเงินพดด้วงว่า เงินลูกปืน เนื่องจากมีลักษณะกลมคล้ายลูกปืนโบราณและจากการขุดพบเงินกำไลในเขตเมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นเมืองสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย พบเงินลักษณะเป็นวงโค้ง ปลายขดงอเข้าหากันเหมือนกำไล มีตราประทับ ทำให้สันนิษฐานว่า เงินพดด้วงพัฒนารูปร่างมาจากเงินกำไลและมีวิวัฒนการของรูปร่างจากรูปร่างเรียวบางเหมือนกำไลในสมัยสุโขทัยเปลี่ยนเป็นกลมขึ้น อ้วนขึ้น และตัน ช่องว่างระหว่างขาของพดด้วงลดน้อยลงในสมัยอยุธยาและยังคงรูปร่างลักษณะคล้ายด้วงนี้ตลอดมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยบนเงินพดด้วงจะมีรอยบากลึกทั้งสองขาและมีตราประทับ 2 ตราขึ้นไป คือ ประทับตราสัญลักษณ์อันเป็นสิริมงคลของอาณาจักรและสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ผลิต อาทิ ตราหอยสังข์ ช้าง ครุฑ จากนั้นเปลี่ยนเป็นตราจักรและตรีศูลในสมัยกรุงธนบุรีและตราจักรร่วมกันกับตราประจำรัชกาลต่าง ๆ ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยได้มีการเลิกใช้เงินพดด้วงอย่างเด็ดขาดในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ในสมัยรัชกาลที่ 1 – 3 เงินตราหลักที่ใช้ยังคงเป็นเงินพดด้วง เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงตราประจำรัชกาลที่ใช้ประทับเท่านั้น โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้มีการผลิตพดด้วง ประทับตรา “บัวอุณาโลม” ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำรัชกาล และตราพระแสงจักร ซึ่งเป็นตราประจำแผ่นดิน มีขนาดและราคาต่าง ๆ เช่น ตำลึง บาท กึ่งบาท สลึง เฟื้อง

สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีการผลิตพดด้วงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสมัยรัชกาลที่ 1 โดยเปลี่ยนตราประจำรัชกาลเป็นรูป “ครุฑ” สืบเนื่องจากพระนามเดิมของพระองค์ คือ “ฉิม” อันหมายถึงฉิมพลี ซึ่งเป็นวิมานของพญาครุฑ และสำหรับพดด้วงที่ผลิตขึ้นใช้ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับตราพระแสงจักร – ปราสาท “ตราปราสาท” มีความหมายมาจากพระนามเดิมของพระองค์ คือ “ทับ” ซึ่งหมายถึงที่ประทับของพระมหากษัตริย์ คือ ปราสาท นั่นเอง นอกจากนั้นยังมีการเริ่มผลิตพดด้วงเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่น พดด้วงตราครุฑเสี้ยว ตราเฉลว ตราดอกไม้ และตราใบมะตูม เป็นต้น

สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เงินตราหลักในช่วงต้นรัชกาลยังคงเป็นเงินพดด้วงประทับตราพระแสงจักรเป็นตราประจำแผ่นดิน และเปลี่ยนตราประจำรัชกาล เป็น “ตรามงกุฎ” มีความหมายสืบเนื่องถึงพระนามเดิมของพระองค์ คือ “เจ้าฟ้ามงกุฎ”

ขณะนั้นประเทศไทยประสบปัญหาการผลิตพดด้วงไม่ทันต่อความต้องการและมีผู้ทำปลอมกันมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้แก้ไขโดยให้ผลิตเงินกระดาษ เรียกว่า “หมาย” ซึ่งใช้วิธีการพิมพ์บนกระดาษอย่างง่าย ๆ ออกใช้ควบคู่กับเงินพดด้วง แต่เงินกระดาษรุ่นนี้ราษฎรไม่นิยมใช้ และถือได้ว่ารัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเงินตราครั้งใหญ่ของไทย จากเงินพดด้วงที่ใช้กันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นเหรียญกลมแบน รวมทั้งนับเป็นจุดกำเนิดของธนบัตรไทยในภายหลัง

ในปี พ.ศ. 2400 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรได้จัดส่งเครื่องผลิตเหรียญกษาปณ์ขนาดเล็กเข้ามาถวายเป็นราชบรรณาการ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำเหรียญกษาปณ์จากเครื่องจักรขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกกันว่า “เหรียญบรรณาการ” แต่เนื่องจากเครื่องจักรมีขนาดเล็กผลิตเหรียญได้เพียงวันละเล็กน้อย จึงโปรดให้เลิกใช้ในที่สุด ประกอบกับได้รับเครื่องผลิตเหรียญกษาปณ์แรงดันไอน้ำมาใหม่ จึงโปรดให้สร้างโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นที่หน้าพระคลังมหาสมบัติ ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานนามว่า “โรงกระสาปน์สิทธิการ” เงินเหรียญชุดแรกที่ผลิตจากเครื่องจักรนี้ มีลักษณะคล้ายกับเหรียญชุดบรรณาการและให้ใช้ควบคู่ไปกับพดด้วง แต่ห้ามไม่ให้ผลิตพดด้วงเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนั้นในสมัยนี้ยังได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกขึ้นเป็นครั้งแรก คือ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกตรามหามงกุฎ - กรุงสยาม หรือที่นิยมเรียกว่า “เหรียญแต้เม้ง” เพื่อเป็นที่ระลึกในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระชนมายุครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2407 มี 2 ชนิด คือ ชนิดทองคำ ราคา 4 บาท และชนิดเงิน ราคา 4 บาท

ส่วนการทำสนธิสัญญาเบาว์ริงส่งผลให้มีเงินต่างประเทศเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยมาก พอรัฐบาลให้ราษฎรใช้เงินเหรียญ ต่างก็เอาเงินบาทไปซ่อนไม่ยอมเอามาเสียภาษี ส่งผลให้เกิดการตัดขัดทางการค้าในช่วง พ.ศ. 2399-2400 รัฐบาลให้ช่างไปช่วยกงสุลอังกฤษและสหรัฐอเมริกาผลิตเงินเหรียญ ไม่พอผลิตเงินบาท จึงให้คณะทูตที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีซื้อเครื่องจักรทำเงินเหรียญมาด้วย พอติดตั้งแล้วก็ผลิตเงินแบบเงินเหรียญ เรียกว่า "เงินแป" เงินแปมีตั้งแต่บาทหนึ่ง สองสลึง สลึงและเฟื้อง มีตราหน้าหนึ่งรูปพระมหาพิไชยมงกุฎอยู่กล้าง มีฉัตรอยู่สองข้าง มีกิ่งไม้เป็นเปลวแทกรอยู่ในท้องลาย อีกหน้าหนึ่งมีรูปจักร ใจกลางมีรูปช้าง รอบวงจักรชั้นนอกมีดาวแสดงมูลค่าของเงิน นอกจากนี้ยังผลิตเงินออกมาอีกแบบหนึ่ง ทำจากทองคำ มีราคาสิบสลึง ต่อมาก็ได้ผลิตเงินทำจากทองแดงออกมาอีกสองชนิด คือ ซีก และเสี้ยว
_________________________________

⛔ รับประกัน 💯
รับบัตรเครดิต
รับpaypal
รับโอนผ่านธนาคาร
สมาชิกเว็บไซต์ thetalad.com รับส่วนลดทันที 5%-10%
ติดต่อ - ไลน์ไอดี : VVCOIN , ☎ โทร.088-556-9499
บัญชีธนาคาร : ธนาคารกรุงเทพ
ชื่อบัญชี : สตางค์โบราณ ร.ศ.127
เลขที่บัญชี : 011-7-24498-8

SWIFT CODE:    BKKBTHBK
BANK:  BANGKOK BANK PUBLIC COMPANY LIMITED
BRANCH: Poonsap Market 1645
BENEFICIARY’S ACCOUNT NO. : 0117244988
ACCOUNT NAME: STANGBORAN R.S.127

Questions & Answers Sign In

There are no questions for this listing.