× This item is no longer available for purchase.
ใช้งานอยู่

เงินพดด้วง ร.4 หนัก 1เฟื้อง 1.01กรัม ตอกตรา พระเต้า เนื้อเงินแท้ หายาก

Lot 2189

รายการรูปภาพ
Price ฿1,500.00 THB ( )
This item is available for direct purchase from the seller. No bidding is required.
ตัวเลือกการชำระเงิน
ผู้ขายยอมรับ PayPal

คำแนะนำการชำระเงิน
บัญชี: ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี: สตางค์โบราณ ร.ศ.127 เลขที่บัญชี: 011-7-24498-8 กรุณาชำระเงินภายใน 7 วัน
ตัวเลือกการจัดส่ง
kerry ฿50.00 THB (ค่าส่งเพิ่ม฿10.00 THBสำหรับชิ้นต่อไป)
รายละเอียด
  • Item # 614717
  • Qty Available 1
คำอธิบาย

เงินพดด้วง เป็นเงินตราที่เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยโดยใช้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงสมัยศรีอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผลิตจากแท่งโลหะแบ่งน้ำหนักตามมาตรฐานน้ำหนักชัดเจนเป็นหน่วยชั่ง ตำลึง บาท สลึง เเละเฟื้อง เงินพดด้วงสามารถนำไปซื้อสินค้าในต่างอาณาจักรได้เพราะทำจากเนื้อเงินบริสุทธิ์ โดยใช้น้ำหนักเป็นตัวกำหนดมูลค่า เช่น เงินพดด้วงสมัยรัตนโกสินทร์ชนิดราคา 1 บาทจะต้องมีเนื้อเงินน้ำหนัก 1 บาทหรือประมาณ 15.2 กรัม เป็นต้น

ลักษณะของเงินพดด้วงจะขดกลมคล้ายตัวด้วงส่วนปลายงอเข้าหากัน ชาวต่างชาติในสมัยนั้นเรียกเงินพดด้วงว่า เงินลูกปืน เนื่องจากมีลักษณะกลมคล้ายลูกปืนโบราณและจากการขุดพบเงินกำไลในเขตเมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นเมืองสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย พบเงินลักษณะเป็นวงโค้ง ปลายขดงอเข้าหากันเหมือนกำไล มีตราประทับ ทำให้สันนิษฐานว่า เงินพดด้วงพัฒนารูปร่างมาจากเงินกำไลและมีวิวัฒนการของรูปร่างจากรูปร่างเรียวบางเหมือนกำไลในสมัยสุโขทัยเปลี่ยนเป็นกลมขึ้น อ้วนขึ้น และตัน ช่องว่างระหว่างขาของพดด้วงลดน้อยลงในสมัยอยุธยาและยังคงรูปร่างลักษณะคล้ายด้วงนี้ตลอดมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยบนเงินพดด้วงจะมีรอยบากลึกทั้งสองขาและมีตราประทับ 2 ตราขึ้นไป คือ ประทับตราสัญลักษณ์อันเป็นสิริมงคลของอาณาจักรและสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ผลิต อาทิ ตราหอยสังข์ ช้าง ครุฑ จากนั้นเปลี่ยนเป็นตราจักรและตรีศูลในสมัยกรุงธนบุรีและตราจักรร่วมกันกับตราประจำรัชกาลต่าง ๆ ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยได้มีการเลิกใช้เงินพดด้วงอย่างเด็ดขาดในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ในสมัยรัชกาลที่ 1 – 3 เงินตราหลักที่ใช้ยังคงเป็นเงินพดด้วง เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงตราประจำรัชกาลที่ใช้ประทับเท่านั้น โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้มีการผลิตพดด้วง ประทับตรา “บัวอุณาโลม” ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำรัชกาล และตราพระแสงจักร ซึ่งเป็นตราประจำแผ่นดิน มีขนาดและราคาต่าง ๆ เช่น ตำลึง บาท กึ่งบาท สลึง เฟื้อง

สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีการผลิตพดด้วงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสมัยรัชกาลที่ 1 โดยเปลี่ยนตราประจำรัชกาลเป็นรูป “ครุฑ” สืบเนื่องจากพระนามเดิมของพระองค์ คือ “ฉิม” อันหมายถึงฉิมพลี ซึ่งเป็นวิมานของพญาครุฑ และสำหรับพดด้วงที่ผลิตขึ้นใช้ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับตราพระแสงจักร – ปราสาท “ตราปราสาท” มีความหมายมาจากพระนามเดิมของพระองค์ คือ “ทับ” ซึ่งหมายถึงที่ประทับของพระมหากษัตริย์ คือ ปราสาท นั่นเอง นอกจากนั้นยังมีการเริ่มผลิตพดด้วงเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่น พดด้วงตราครุฑเสี้ยว ตราเฉลว ตราดอกไม้ และตราใบมะตูม เป็นต้น

สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เงินตราหลักในช่วงต้นรัชกาลยังคงเป็นเงินพดด้วงประทับตราพระแสงจักรเป็นตราประจำแผ่นดิน และเปลี่ยนตราประจำรัชกาล เป็น “ตรามงกุฎ” มีความหมายสืบเนื่องถึงพระนามเดิมของพระองค์ คือ “เจ้าฟ้ามงกุฎ”

ขณะนั้นประเทศไทยประสบปัญหาการผลิตพดด้วงไม่ทันต่อความต้องการและมีผู้ทำปลอมกันมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้แก้ไขโดยให้ผลิตเงินกระดาษ เรียกว่า “หมาย” ซึ่งใช้วิธีการพิมพ์บนกระดาษอย่างง่าย ๆ ออกใช้ควบคู่กับเงินพดด้วง แต่เงินกระดาษรุ่นนี้ราษฎรไม่นิยมใช้ และถือได้ว่ารัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเงินตราครั้งใหญ่ของไทย จากเงินพดด้วงที่ใช้กันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นเหรียญกลมแบน รวมทั้งนับเป็นจุดกำเนิดของธนบัตรไทยในภายหลัง

ในปี พ.ศ. 2400 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรได้จัดส่งเครื่องผลิตเหรียญกษาปณ์ขนาดเล็กเข้ามาถวายเป็นราชบรรณาการ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำเหรียญกษาปณ์จากเครื่องจักรขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกกันว่า “เหรียญบรรณาการ” แต่เนื่องจากเครื่องจักรมีขนาดเล็กผลิตเหรียญได้เพียงวันละเล็กน้อย จึงโปรดให้เลิกใช้ในที่สุด ประกอบกับได้รับเครื่องผลิตเหรียญกษาปณ์แรงดันไอน้ำมาใหม่ จึงโปรดให้สร้างโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นที่หน้าพระคลังมหาสมบัติ ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานนามว่า “โรงกระสาปน์สิทธิการ” เงินเหรียญชุดแรกที่ผลิตจากเครื่องจักรนี้ มีลักษณะคล้ายกับเหรียญชุดบรรณาการและให้ใช้ควบคู่ไปกับพดด้วง แต่ห้ามไม่ให้ผลิตพดด้วงเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนั้นในสมัยนี้ยังได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกขึ้นเป็นครั้งแรก คือ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกตรามหามงกุฎ - กรุงสยาม หรือที่นิยมเรียกว่า “เหรียญแต้เม้ง” เพื่อเป็นที่ระลึกในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระชนมายุครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2407 มี 2 ชนิด คือ ชนิดทองคำ ราคา 4 บาท และชนิดเงิน ราคา 4 บาท

ส่วนการทำสนธิสัญญาเบาว์ริงส่งผลให้มีเงินต่างประเทศเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยมาก พอรัฐบาลให้ราษฎรใช้เงินเหรียญ ต่างก็เอาเงินบาทไปซ่อนไม่ยอมเอามาเสียภาษี ส่งผลให้เกิดการตัดขัดทางการค้าในช่วง พ.ศ. 2399-2400 รัฐบาลให้ช่างไปช่วยกงสุลอังกฤษและสหรัฐอเมริกาผลิตเงินเหรียญ ไม่พอผลิตเงินบาท จึงให้คณะทูตที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีซื้อเครื่องจักรทำเงินเหรียญมาด้วย พอติดตั้งแล้วก็ผลิตเงินแบบเงินเหรียญ เรียกว่า "เงินแป" เงินแปมีตั้งแต่บาทหนึ่ง สองสลึง สลึงและเฟื้อง มีตราหน้าหนึ่งรูปพระมหาพิไชยมงกุฎอยู่กล้าง มีฉัตรอยู่สองข้าง มีกิ่งไม้เป็นเปลวแทกรอยู่ในท้องลาย อีกหน้าหนึ่งมีรูปจักร ใจกลางมีรูปช้าง รอบวงจักรชั้นนอกมีดาวแสดงมูลค่าของเงิน นอกจากนี้ยังผลิตเงินออกมาอีกแบบหนึ่ง ทำจากทองคำ มีราคาสิบสลึง ต่อมาก็ได้ผลิตเงินทำจากทองแดงออกมาอีกสองชนิด คือ ซีก และเสี้ยว
_________________________________

⛔ รับประกัน 💯
รับบัตรเครดิต
รับpaypal
รับโอนผ่านธนาคาร
สมาชิกเว็บไซต์ thetalad.com รับส่วนลดทันที 5%-10%
ติดต่อ - ไลน์ไอดี : VVCOIN , ☎ โทร.088-556-9499
บัญชีธนาคาร : ธนาคารกรุงเทพ
ชื่อบัญชี : สตางค์โบราณ ร.ศ.127
เลขที่บัญชี : 011-7-24498-8

SWIFT CODE:    BKKBTHBK
BANK:  BANGKOK BANK PUBLIC COMPANY LIMITED
BRANCH: Poonsap Market 1645
BENEFICIARY’S ACCOUNT NO. : 0117244988
ACCOUNT NAME: STANGBORAN R.S.127

ไม่มีคำถามสำหรับรายการนี้